Tue. Feb 18th, 2020

รวมเรื่องน่ารู้โตเกียว โอลิมปิก 2020

นักกีฬาอเมริกันที่มีแนวโน้มลงแข่งขันโอลิมปิก 2020

ไซม่อน ไบเลส, เคธี เลเดกี, ซิดนีย์ แมคลาฟลิน, เซเรน่า วิลเลียมส์ และรายชื่อนักกีฬาอเมริกันอีกมากมายที่มีเกณฑ์ว่าจะลงแข่งขันโตเกียว โอลิมปิก 2020 ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนจนกว่าจะถึงช่วงค่อนปี เช่น กีฬาลู่วิ่ง และว่ายน้ำ ก็ยังมีโปรแกรมการแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบในเดือนมิถุนายน ซึ่งล่วงหน้าก่อนการแข่งขันจะเกิดขึ้นเพียง 1 เดือนเท่านั้น ส่วนกีฬาอื่นๆ เช่น กีฬารายทีม, มาราธอน จะมีการคัดเลือกนักกีฬาที่เข้ารอบตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 ถึงต้นปี 2020 ซึ่งหากคุณต้องการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ก็เข้าไป Follow ทวิตเตอร์ของ NBC’s Olympics ได้เลย

มีอะไรเปลี่ยนแปลงในโตเกียว โอลิมปิก 2020

การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการแข่งขันกีฬOlympic 2020 คือการเพิ่มกีฬาใหม่ 5 รายการ รวมถึงกีฬารูปแบบใหม่ เช่น การแข่งขันบาสเก็ตบอลแบบ 3 ต่อ 3 และการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือ กฎของทีมยิมนาสติกที่ได้รับการปรับเปลี่ยน โดยปรับจากนักกีฬาทีมชาติละ 5 คน เหลือเพียงทีมละ 4 คน โดยสามารถเพิ่มนักกีฬาได้ทีมชาติละ 2 คน ในการแข่งขันแบบ Individual 

ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนโอลิมปิก 2020 จะเริ่ม

ผู้ว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกชี้ไปที่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามความกังวลอย่างจริงจัง ย้อนกลับไปในปี 2013 โตเกียวเสนองบประมาณประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ แต่ในทางปฏิบัติ งบประมาณถูกประเมินอยู่ที่วงเงิน 30 พันล้านดอลล่าร์ (เนื่องจากในขณะนี้โตเกียวได้ใช้เงินไปแล้ว 25 พันล้านดอลล่าร์) ซึ่งเคสตัวอย่างของการจัดงาน Soshi ในรัสเซียสูงถึง 51 พันล้านฯ ทำให้การจัดโอลิมปิกซัมเมอร์ในครั้งต่อไป มีการกำหนดกฎให้ใช้งบประมาณที่ไม่เกิน 10 พันล้านเท่านั้น

คำถามเกี่ยวกับสภาพอากาศ

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายแล้วยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศอีกด้วย โตเกียวมีอุณหภูมิฤดูร้อนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ากิ จกรรมกลางแจ้ง เช่น การวิ่งมาราธอนอาจได้รับผลกระทบ โดยในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเมืองนี้ประสบกับฝนที่ตกลงมารุนแรง (ในปี 1964 โตเกียวโอลิมปิกจัดขึ้นจริงในเดือนตุลาคม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสภาพภูมิอากาศเหล่านี้)

คำถามเกี่ยวกับรัสเซียในโอลิมปิก 2020

รัสเซียไม่สามารถลแข่งขันใน Olympic 2020 หลังจากองค์การต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (World Anti-Doping Agency) ได้เสนอในเดือนพฤศจิกายนว่า ประเทศที่ใช้สารกระตุ้นจะถูกแบน 4 ปีจากการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งในเดือนมกราคม WADA ได้แชร์ข้อสงสัยของพวกเขาว่ารัสเซียได้แก้ไขข้อมูลนักกีฬาก่อนที่จะนำไปตรวจสอบกับหน่วยงาน อย่างไรก็ตามรัสเซียไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับการใช้สารกระตุ้นในหมู่นักกีฬา การใช้สารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขันที่ทันสมัยมานาน โดยเร็วๆ นี้มีนักกีฬาหลายรายที่ต้องได้รับการตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อค้นหาผลและหากพบว่ามีการใช้สารกระตุ้น ก็ต้องได้รับโทษการแบนเป็นเวลา 4 ปี